หากจะกล่าวเกี่ยวกับเรื่องของเวลานั้น… เรียกได้ว่ามีความสำคัญกับทุกๆ กิจกรรมไม่ว่าจะเป็นการทำงาน หาเงิน การพักผ่อนหรือการเทรด Forex ก็ต้องมีความเข้าใจเกี่ยวกับ “เวลาดตลาด Forex” ด้วยเช่นกันครับ โดยบทความนี้จะขอพาทุกๆ ท่านไปเรียนรู้เกี่ยวกับเวลาตลาด Forex พื้นฐานสำคัญที่นักเทรดห้ามมองข้าม กันครับ เพื่อเป็นการไม่เสียเวลา เราไปชมพร้อมๆ กันเลยครับ
เวลาตลาด Forex คืออะไร?
“เวลาตลาด Forex” หมายถึง ช่วงเวลาที่ตลาดการซื้อขายแลกเปลี่ยนเงินตราต่างประเทศ (Foreign Exchange Market) เปิดทำการและดำเนินการ ซึ่งมีความพิเศษคือ ตลาด Forex เปิดตลอด 24 ชั่วโมงต่อวัน ตั้งแต่เช้าวันจันทร์จนถึงเช้าวันเสาร์ (ตามเวลาท้องถิ่นทั่วโลก) โดยจะปิดทำการในวันหยุดสุดสัปดาห์
สาเหตุที่ตลาด Forex เปิดตลอด 24 ชั่วโมงได้ เนื่องจากเป็นการซื้อขายแบบกระจายศูนย์ (Decentralized) ทั่วโลก ไม่มีศูนย์กลางตลาดแห่งเดียวที่ควบคุมการซื้อขายทั้งหมด แต่เป็นการเชื่อมโยงระหว่างธนาคาร สถาบันการเงิน และโบรกเกอร์ต่างๆ ทั่วโลก ทำให้เมื่อตลาดในโซนเวลาหนึ่งปิดทำการ ตลาดในอีกโซนเวลาหนึ่งก็เปิดทำการพอดี หมุนเวียนกันไป
6 พื้นฐานสำคัญเกี่ยวกับเวลาตลาด Forex สำหรับนักเทรด
1. ตลาดเปิด 24 ชั่วโมง 5 วันทำการ
- หมุนเวียนต่อเนื่อง: ตลาด Forex ไม่ได้มีศูนย์กลางเหมือนตลาดหุ้น แต่เป็นการเชื่อมโยงของธนาคารและสถาบันการเงินทั่วโลก ทำให้มีการซื้อขายตลอดเวลา ยกเว้นวันหยุดสุดสัปดาห์ (เสาร์-อาทิตย์) โดยเริ่มเปิดทำการในช่วงเช้าวันจันทร์ของซิดนีย์ (ประมาณ 04:00 – 05:00 น. วันจันทร์ตามเวลาไทย) และปิดทำการในช่วงเช้าวันเสาร์ของนิวยอร์ก (ประมาณ 03:00 – 04:00 น. วันเสาร์ตามเวลาไทย)
- วันหยุดราชการ/วันหยุดธนาคาร: แม้จะเปิด 24 ชั่วโมง แต่ในวันหยุดราชการสำคัญๆ ของประเทศที่เป็นศูนย์กลางการเงินหลัก (เช่น วันคริสต์มาส, วันขึ้นปีใหม่, วันหยุดธนาคารสำคัญ) ตลาดอาจมีสภาพคล่องลดลงอย่างมาก หรือปิดทำการชั่วคราว ควรตรวจสอบปฏิทินเศรษฐกิจและวันหยุดของโบรกเกอร์เสมอ
2. ช่วงเวลาตลาดหลัก (Major Trading Sessions)
การแบ่งช่วงเวลาตลาดเป็นสิ่งสำคัญเพราะแต่ละช่วงมีลักษณะเฉพาะ:
- ตลาดเอเชีย (Asia/Tokyo Session): (ประมาณ 06:00 – 14:00 น. ตามเวลาไทย)
- สกุลเงินหลัก: JPY, AUD, NZD
- ลักษณะ: สภาพคล่องปานกลาง ความผันผวนค่อนข้างต่ำถึงปานกลาง เหมาะกับการเทรดคู่สกุลเงินเอเชีย หรือการหาจังหวะพักตัวของเทรนด์จากตลาดก่อนหน้า
- ตลาดลอนดอน (Europe/London Session): (ประมาณ 14:00 – 22:00 น. ตามเวลาไทย)
- สกุลเงินหลัก: EUR, GBP, CHF
- ลักษณะ: สภาพคล่องสูงที่สุด มีการเคลื่อนไหวของราคาที่คึกคักและผันผวนสูง เหมาะกับเทรดเดอร์ที่ชอบความผันผวนและต้องการทำกำไรระยะสั้น
- ตลาดนิวยอร์ก (North America/New York Session): (ประมาณ 19:00 – 03:00 น. วันรุ่งขึ้น ตามเวลาไทย)
- สกุลเงินหลัก: USD, CAD
- ลักษณะ: สภาพคล่องสูงมากเช่นกัน โดยเฉพาะช่วง 19:00 – 22:00 น. ซึ่งเป็นช่วงที่คาบเกี่ยวกับตลาดลอนดอน (Overlap Session) ถือเป็นช่วงที่มีความผันผวนสูงสุดและมีการประกาศข่าวสำคัญจำนวนมาก เหมาะกับเทรดเดอร์ที่ชอบความเคลื่อนไหวรุนแรง
3. ช่วงเวลาทับซ้อน (Overlap Sessions) – โอกาสทองของนักเทรด
ช่วงที่ตลาดหลักสองแห่งเปิดทำการพร้อมกัน จะมีสภาพคล่องและปริมาณการซื้อขายสูงที่สุด ทำให้ราคาเคลื่อนไหวรุนแรงและมีโอกาสทำกำไรได้มาก:
- โตเกียว – ลอนดอน Overlap: (ประมาณ 14:00 – 16:00 น. ตามเวลาไทย)
- สภาพคล่องเพิ่มขึ้นเล็กน้อย แต่ยังไม่มากเท่าช่วงหลัง
- ลอนดอน – นิวยอร์ก Overlap: (ประมาณ 19:00 – 22:00 น. ตามเวลาไทย)
- สำคัญที่สุด! เป็นช่วงที่มีสภาพคล่องและปริมาณการซื้อขายสูงสุดในแต่ละวัน ราคาจะมีความผันผวนสูงมาก เหมาะสำหรับเทรดเดอร์ที่ชอบ Scalping หรือ Day Trading และเป็นช่วงที่มีข่าวเศรษฐกิจสำคัญจากทั้งยุโรปและสหรัฐอเมริกาประกาศออกมา
4. ปฏิทินเศรษฐกิจ (Economic Calendar)
- ความสัมพันธ์กับเวลา: ข่าวเศรษฐกิจสำคัญมักจะประกาศในช่วงเวลาที่ตลาดหลักเปิดทำการ โดยเฉพาะอย่างยิ่งในช่วงตลาดลอนดอนและนิวยอร์ก
- การเตรียมตัว: นักเทรดควรตรวจสอบปฏิทินเศรษฐกิจเสมอ เพื่อทราบว่าจะมีข่าวอะไรที่ส่งผลกระทบต่อสกุลเงินคู่ที่กำลังเทรด และวางแผนการเทรด (เช่น หลีกเลี่ยงการเทรดช่วงข่าว, วาง Stop Loss ให้กว้างขึ้น)
- ผลกระทบ: ข่าวสำคัญสามารถทำให้ราคาพุ่งขึ้นหรือลงอย่างรุนแรงในเวลาอันสั้น
5. ความผันผวน (Volatility) และสภาพคล่อง (Liquidity)
- ความสัมพันธ์: โดยทั่วไปแล้ว ยิ่งมีสภาพคล่องสูง ความผันผวนของราคาก็ยิ่งสูงตามไปด้วย
- สเปรด (Spread): ในช่วงที่ตลาดมีสภาพคล่องต่ำ (เช่น ตลาดซิดนีย์ หรือช่วงกลางคืนที่ตลาดส่วนใหญ่ปิด) สเปรด (ส่วนต่างราคาซื้อ-ขาย) อาจกว้างขึ้น ซึ่งจะทำให้ต้นทุนการเทรดสูงขึ้น
6. การปรับเวลา Daylight Saving Time (DST)
- ผลกระทบ: ประเทศในซีกโลกเหนือและใต้หลายประเทศมีการปรับเวลา Daylight Saving Time (เลื่อนเวลาให้เร็วขึ้น 1 ชั่วโมงในฤดูร้อน และช้าลง 1 ชั่วโมงในฤดูหนาว) ซึ่งจะส่งผลให้เวลาเปิด-ปิดของตลาด Forex เปลี่ยนแปลงไปจากเวลาปกติในบางช่วงของปี
- การตรวจสอบ: นักเทรดต้องตรวจสอบการเปลี่ยนแปลงเวลา DST ของแต่ละประเทศศูนย์กลางการเงิน เพื่อให้สามารถปรับเวลาการเทรดได้อย่างถูกต้อง
และนี้ก็คือเนื้อหาเกี่ยวกับ “เวลาตลาด Forex พื้นฐานสำคัญที่นักเทรดห้ามมองข้าม” ที่เราได้รวบรวมมาฝากทุกๆ ท่าน คิดว่าน่าจะเป็นข้อมูลที่ช่วยให้ทุกๆ ท่านเข้าใจกันมากขึ้นนะครับ
