รู้ได้อย่างไรว่าระบบเบรกกำลังมีปัญหา

ระบบเบรก เป็นส่วนสำคัญในการชะลอและหยุดรถ ระบบเบรกที่ดีย่อมส่งผลต่อการขับขี่ที่มั่นใจ และลดความเสี่ยงต่อการเกิดอันตรายถึงชีวิตซึ่งในปัจจุบันรถยนต์รุ่นใหม่ๆ ส่วนใหญ่แล้วจะติดตั้งระบบเบรกไว้สองถึงสามประเภทเพื่อเป็นตัวช่วยให้รถยนต์สามารถขับขี่ได้อย่างมีประสิทธิภาพสูงสุด แต่เมื่อใช้งานไปนานๆ ระบบเบรกอาจจะเริ่มมีปัญหาได้ แล้วเราจะรู้ได้อย่างไรว่าระบบเบรกกำลังจะมีปัญหา

  1. เบรกเสียงดัง

เป็นอาการที่จะแสดงออกมาให้คุณได้รู้อย่างชัดเจนว่าระบบเบรกกำลังจะมีปัญหานั่นคือในขณะที่เหยียบเบรกมีเสียงดัง ส่วนใหญ่เกิดมาจาก ผ้าเบรก และจานเบรก เช่น ผ้าเบรกหมด จนเหล็กผ้าสีกับจาน จานเบรกเป็นรอยมากๆ เนื่องจากฝุ่น และหินที่หลุดเข้าไปเสียดสี ต้องเจียร์จานเบรกใหม่นั่นเอง 

  1. เบรกแล้วรถปัด

เป็นหนึ่งอาการที่ค่อนข้างอันตราย หากคุณเหยียบเบรกแล้วรถปัดไปด้านใดด้านหนึ่งนั้น เกิดมาจากสาเหตุหลายอย่าง เช่น ยางรถยนต์ ระบบเบรกหรือคาลิปเปอร์สึกหรอ ทำให้แรงเบรกของแต่ละล้อไม่เท่ากัน รถจึงเสียสมดุลได้ หรืออาจมีคราบน้ำมันหรือสารหล่อลื่นจากช่วงล่าง กระเด็นมาที่จานเบรก ทำให้เบรกลื่น ดังนั้นรีบเอาเข้าร้านเพื่อเช็คด่วนๆ เลย 

  1. อาการเบรกสั่น

เป็นอาการที่คุณจะรู้สึกได้ขณะที่กำลังเหยียบเบรก บางครั้งอาจสั่นแรงจนรู้สึกสั่นที่พวงมาลัย หรือเหยียบเบรกแล้วรถสั่นไปทั้งคัน สาเหตุมาจากจานเบรกคด บิดตัว โก่ง หรือเอียง ซึ่งมาจากการเหยียบเบรกอย่างรุนแรงเป็นประจำ หรือขับรถลุยน้ำทำให้จานเบรกที่มีความร้อนสูงสัมผัสกับน้ำจึงเกิดการบิดตัวได้ง่ายนั่นเอง ดังนั้นเพื่อป้องกันควรเปลี่ยนจานเบรกให้มีสภาพปกติ

  1. เบรกมีกลิ่นไหม้

จะพบเห็นได้จากรถที่ขับขึ้น-ลงเขา นั่นอาจเกิดจากการเหยียบเบรกรุนแรงหลายๆครั้งอย่างต่อเนื่อง หรือเมื่อขับรถขึ้นเขา-ลงเขาแล้วต้องเหยียบเบรกบ่อยๆ ก็ทำให้เบรกเกิดความร้อนจัดจนผ้าเบรกไหม้ หรือการเหยียบเบรกแช่นานเกินไปก็มีผลเช่นกัน จนทำให้เบรกติดหรือเบรกค้างได้ด้วย

ทีนี้ก็ได้รู้แล้วว่าอาการไหนที่ทำให้เรารู้ว่าระบบเบรกกำลังจะมีปัญหา ถ้าหากมีอาการเหล่านี้ต้องรีบขับรถเข้าอู่ให้ช่างตรวจสอบโดยเร็วที่สุด เพื่อความปลอดภัยในการขับขี่ หากไม่รีบซ่อม แล้วฝืนขับอาจจะทำให้ระบบเบรกไม่ทำงาน และเบรกรถไม่อยู่จนเกิดอุบัติเหตุได้ 

ดังนั้นนอกจากการตรวจสอบระบบเบรกให้ใช้งานได้ดีเป็นปกติแล้ว การซื้อประกันภัยรถยนต์ก็เป็นอีกหนึ่งช่องทางช่วยเพิ่มความอุ่นใจในขณะใช้รถได้ โดยในปัจจุบันคุณไม่จำเป็นต้องซื้อประกันผ่านโทรศัพท์ แต่คุณสามารถเปรียบเทียบประกันภัย ทั้งการคุ้มครอง ค่าเบี้ยประกัน ด้วยตนเองได้แล้ว เพื่อให้การซื้อประกันนั้นคุ้มค่ามากที่สุดนั่นเอง